การถามคำถามที่ทำให้คนตอบรู้สึกลำบากใจ

การสร้างบทสนทนาเล็ก ๆ น้อย ๆ ในสังคมที่ทำงานหรือในสถานที่ต่าง ๆ กับคนอื่นถือเป็นเรื่องที่ดี เป็นโอกาสทำให้เราได้เรียนรู้เรื่องราวของคู่สนทนา และก่อเกิดเป็นมิตรภาพที่ดีในอนาคตได้ แต่บางคำถามที่เราถามผู้อื่นกลับ อาจมีบ้างที่ไปกระตุ้นปมในใจ สร้างความลำบากใจ หรือเป็นคำถามที่เหมาะแก่การหลีกเลี่ยงเพราะถือว่าเป็นมารยาทไม่สมควรจะถาม ถ้าหากเรายังต้องการรักษาบรรยากาศที่ดีในการผูกมิตรกับคนอื่นเอาไว้

 

  1. “คบกันมานานแค่ไหนแล้ว?”

หรือ เหล่าคำถามต่าง ๆ เกี่ยวกับคนรัก เพราะสำหรับบางคู่อาจไม่ยินดีที่จะตอบเสียเท่าไร แม้ส่วนตัวเราอาจคิดว่าก็ออกจะดูเป็นคำถามพื้น ๆ แต่ก็ทำให้คนฟังเจ็บจี๊ด ๆ ได้เหมือนกันถ้าเกิดเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่สวยงามกับคนรักของเขานัก หรือคนที่กำลังใกล้จะหย่า เลิกรา ยิ่งไม่ควรถามไปใหญ่ ดังนั้น คำถามถึงแฟน ครอบครัว คนรัก ควรให้เจ้าตัวเล่าให้ฟังเองมากกว่าไปเซ้าซี้ถามเขานะ

 

  1. “เมื่อไรคุณจะมีลูก?”

“คุณมีลูกหรือยัง”  “คุณท้องอยู่เหรอ” หรือคำถามเกี่ยวกับการมีลูกต่าง ๆ สำหรับบางคู่รักหรือบางครอบครัวที่ไม่ได้วางแผนอยากมีลูก ถ้าโดนคำถามนี้ไปคงลำบากใจที่ต้องตอบแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถามคนอื่นว่าท้องอยู่หรือเปล่า ทั้ง ๆ ที่ความจริงคน ๆ นั้นอาจแค่น้ำหนักเกินหรือสรีระร่างกายคล้ายคนท้องเฉย ๆ ก็ได้

--- ---

 

  1. “ไม่เจ็บเหรอ?”

แน่นอนว่าคำถามนี้ไม่ใช่การถามหลังเห็นคู่สนทนาบาดเจ็บ แต่มักอยู่ในสถานการณ์ที่เราจะเพิ่งเปลี่ยนสีผม ทำผม เจาะหู เจาะจมูก ใส่รองเท้าหรือสวมเสื้อผ้าที่ดูแล้วไม่สบายตัว แต่ถ้ามันสวยงามและเสริมสร้างความมั่นใจที่สำคัญคือเป็นความชอบส่วนตัวด้วยแล้ว เราสามารถอดทนได้ ดังนั้น เวลาต้องพบเจอคำถามที่ถามเกี่ยวกับความสวยงามบนร่างกาย ตัวอย่างเช่น “ทำไปแล้วมันอยู่ทนขนาดนั้นเหรอ”  “ไม่เจ็บเหรอ”  “มันคุ้มไหม”  “ทำไมไม่ทำ สี/แบบ/ทรง นี้” อาจทำให้คนฟังเสียความรู้สึกและเสียความมั่นใจได้

 

  1. “มันจำเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ?”

งานอดิเรก การสะสมสิ่งของ และความชอบส่วนตัวเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล การซื้อสิ่งของบางอย่างหรือการซื้อบัตรเข้าชมงานแสดงต่าง ๆ ที่คนบางกลุ่มเห็นว่ามีราคาแพง ก็ยังมีคนบางกลุ่มไม่สามารถตีค่าเป็นราคาได้เพราะถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจ คำถามที่มีการแสดงความคิดเห็นในแง่ลบอาจทำให้คู่สนทนารู้สึกไม่อยากสานสัมพันธ์กับเราได้ เช่น “สิ่งนี้เห็นมีอยู่แล้ว ยังจะซื้อเพิ่มอีกเหรอ”  “ราคาเท่านี้ ซื้อ…ได้เลยนะ” เป็นต้น

 

 

  1. “ของชิ้นนี้ราคาเท่าไร?”

แน่นอนว่ามีใครหลายคงต้องรู้สึกไม่สะดวกใจจะคุยเรื่องรายได้ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ กับผู้อื่นเสียเท่าไร โดยอย่างยิ่งคำถามประเภท “ซื้อ…มาราคาเท่าไร?” แม้คนถามอาจแค่อยากสอบถามเพื่อเปรียบเทียบราคากับสิ่งของที่เหมือนกัน แต่คนถูกถามคงรู้สึกว่ากำลังโดนดูแคลนด้านสถานะการเงินกับกำลังซื้อของเขาก็ได้นะ

(788)