แคลิฟอร์เนีย ดินแดนอุโมงค์ต้นไม้ยักษ์

แคลิฟอร์เนีย ขึ้นชื่อเรื่องต้นไม้ยักษ์ที่อยู่ภายในอุทยานแห่งชาติหลายแห่ง แต่ไม่ใช่เพียงแค่ชื่อเสียงด้านขนาดอันใหญ่โตเท่านั้น แต่ต้นไม้เหล่านั้นยังมีประโยชน์ต่อการโปรโมตอุทยานด้วย ด้วยความที่มันมีขนาดใหญ่มากจนรถสามารถวิ่งผ่านได้อย่างง่ายดาย ทางอุทยานจึงคิดที่จะเจาะมันเป็นอุโมงค์รถแทนการตัดทิ้ง และไม่ใช่มีแค่ต้นหรือสองต้นเท่านั้นด้วย
 
ต้นไม้อุโมงค์ต้นแรกคือต้นไม้ที่ถูกฟ้าผ่าจนไฟไหม้ ใน Tuolumne Grove ของอุทยานแห่งชาติโยเซมิตี มันถูกตัดลงจนมีความสูงเหลือเพียง 90 ฟุต และเจาะเป็นอุโมงค์เมื่อปี 1875 เพื่อโปรโมตเป็นแหล่งท่องเที่ยว
Tunnel Tree (or “Dead Giant”) at Tuolumne Grove

 

<------------->

 

ดูสารคดีสำรวจโลก

 

<------------->

 
ความสำเร็จของอุโมงค์ดังกล่าวทำให้เกิดอุโมงค์แห่งอื่น ๆ ตามมา ในปี 1881 ต้นสนซีควาญาอายุ 2,000 ปีที่เรียกว่า Wawona Tree ใน Mariposa Grove ของอุทยานโยเซมิตีถูกเจาะ และกลายเป็นอุโมงค์ที่ได้รับความนิยมที่สุด มีความสูง 227 ฟุต และกว้าง 26 ฟุต มันตั้งอยู่ต่อมาอีก 88 ปี จนกระทั่งพายุในปี 1969 ทำลายมันลง และแม้ว่าจะล้มลงแล้ว มันก็ยังได้รับความนิยมในชื่อใหม่ว่า Fallen Tunnel Tree
EditorASC Robert J. Boser
PunkToad/Wikimedia
อีกแห่งที่ได้รับการกล่าวขานคือในอุทยาน Calaveras Big Trees State Park ที่เจาะอุโมงค์ ในช่วงปี 1880s แต่หยุดดำเนินการเจาะเมื่อต้นไม้เริ่มอ่อนแอลง ปัจจุบันมันยังคงยืนต้นอยู่แต่ไม่อนุญาตให้ขับรถลอดใต้อุโมงค์
www.outdoorproject.com
 ภายใน Mountain Home Grove  เศรษฐีคนหนึ่งชื่อว่า Jesse Hoskins ได้ซื้อต้นซีควาญาขนาดยักษ์บนพื้นที่ 80 เอเคอร์ทางตอนใต้ของเซียร์ราเนวาดา และเจาะห้องบนลำต้นของต้นไม้ แล้วเรียกชื่อมันว่า Hercules Tree
สร้างขึ้นในระหว่างปี 1897 –  1902 ห้องมีความกว้าง 12 ฟุต และสูง 9 ฟุต เขาสร้างประตูปิดและอาศัยอยู่ภายในห้องนั้น แต่ด้วยความที่มันไม่สามารถป้องกันอะไรได้ เขาจึงเปลี่ยนมันเป็นร้านขายของที่ระลึกจากไม้ที่เจาะออกมาขณะสร้างห้อง ปัจจุบันต้นไม้นี้ยังอยู่ดีและยังสามารถเข้าไปชมภายในห้องได้
Mikesclark/Wikimedia
อุโมงค์ต้นไม้ที่ชื่อดังที่สุดในปัจจุบันคือ Chandelier Drive-Thru Tree ที่ตั้งอยู่ใน Leggett ห่างออกไปทางเหนือของอ่าวซานฟรานซิสโกประมาณ 180 ไมล์ มีความสูง 276 ฟุต กว้าง 6 ฟุต ตัวอุโมงค์มีความสูง 6 ฟุต 9 นิ้ว ถูกเจาะในปี 1937 โดยชื่อของมันมาจากกิ่งที่เป็นเอกลักษณ์บนความสูง 100 ฟุตเหนือพื้นดินที่ดูคล้ายกับแชนเดอเลียร์
Ramakrishna Gundra/Wikimedia
อุโมงค์ที่มีลักษณะแปลกออกไปเล็กน้อยคือ Shrine Drive-Thru Tree ที่อยู่ภายใน Myers Flat เนื่องจากมันเกิดจากรอยแตกตามธรรมชาติที่โคนต้น แต่มีการเจาะด้านข้างเพิ่มเติมให้มันมีความกว้างมากขึ้น ปัจจุบันมีการขึงสลิงเหล็กเพื่อเสริมความแข็งแรง
Ramakrishna Gundra/Wikimedia
Klamath Tour Thru Tree ใกล้กับ Klamath ถือเป็นอุโมงค์ที่สร้างขึ้นหลังสุด คือในปี 1976 และถือเป็นอุโมงค์ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างทะนุถนอมที่สุด มีการดูแลไม่ให้พื้นที่สำคัญของต้นไม้ได้รับความเสียหาย
visitdelnortecounty.com
Tunnel Log คืออุโมงค์ต้นไม้ล้ม บนถนน Crescent Meadow Road ในอุทยานแห่งชาติซีควาญา และเป็นอีกหนึ่งอุโมงค์ที่สร้างขึ้นโดยไม่ส่งผลกระทบต่อต้นไม้ เนื่องจากมีถูกเจาะหลังจากที่ต้นไม้ล้มลงขวางถนนเมื่อปี 1937 อุโมงค์มีความกว้าง 17 ฟุต สูง 8 ฟุต โดยก่อนที่มันจะล้มลง มันมีความสูง 275 ฟุต กว้าง 21 ฟุต และมีอายุกว่า 2,000 ปี
lastadventurer.com/
Big Cedar Stump คืออุโมงค์ตอไม้ยักษ์อีกแห่งใน Snohomish County ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 1,000 ปี มีความกว้าง 20 ฟุต และสูง 200 ฟุต มันตายลงจากไฟไหม้เมื่อปี 1893 ลำต้นส่วนบนของมันถูกตัดในปี 1916 เพื่อทำอุโมงค์ทางเข้าอุทยาน เพียงไม่กี่ปีหลังจากนั้นมันก็ถูกย้ายจากที่ตั้งเดิมหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งถูกนำมาตั้งที่ I-5 Northbound Smokey Point Rest Area จนถึงปัจจุบัน
Old Seattle Paperworks
pacific-hwy.net
นอกจากนี้ยังมี California Tunnel Tree ใน Mariposa Grove ที่แคบเกินกว่าจะขับรถยนต์ลอดได้ จึงอนุญาตให้คนเดินลอดเท่านั้น และอุโมงค์อื่น ๆ อีก 2 แห่ง ที่ปัจจุบันไม่ได้ใช้งานแล้ว อย่าง Auto Tree ใน Big Basin State Park ที่ไม่ได้ถูกเจาะทะลุ แต่มักจะมีคนนำรถยนต์ถอยเข้าไปจอดเพื่อถ่ายรูป และ Drive Way Stump ที่เคยอยู่บน Redwood highway หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อว่า Avenue of the Giants
ที่มา Amusing Planet

(238)