ลามะ สัตว์เลี้ยงที่มีประโยชน์รอบด้าน

ลามะ

ลามะ (Llama) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม สายพันธุ์ใกล้เคียงกับอัลปากา แต่จะมีลำตัวสูงกว่าประมาณ 120 เซนติเมตร  ในขณะที่อัลปากามีความสูงเพียง 90 เซนติเมตรเท่านั้น ขาของพวกมันค่อนข้างยาวเมื่อเปรียบเทียบกับลำตัว ตัวมีขนปกคลุม ขนมีสีแตกต่างกันตั้งแต่สีขาว สีน้ำตาล สีดำ หัวมีขนาดเล็ก ตาใหญ่ และหูยาวแหลม

นอกจากนี้ลามะยังสามารถเผชิญลมแรง อากาศหนาว และทนต่อสภาพลำบากได้ดีอีกด้วย พวกมันสามารถหาอาหารประเภทหญ้าที่ขึ้นตามทางกินเองได้ และมีกระเพาะสำรองเหมือนอูฐ มันจึงเก็บตุนอาหารสำหรับการเดินทางไกลได้มาก ลามะที่เติบโตเต็มที่สามารถเดินทางไกลได้วันละ 30 กิโลเมตร ถึงแม้จะเดินได้ช้าแต่ลามะอาจเดินได้นานถึง 20 วันติดต่อกันและเดินได้ 3-4 วันโดยไม่ต้องกินน้ำเลย

ลามะ

 

<------------->

 

ดูสารคดีสำรวจโลก

 

<------------->

 

พวกมันอยู่รวมกันเป็นฝูงซึ่งใน 1 ฝูงจะมีตัวเมียประมาณ 5-15 ตัวต่อตัวผู้ 1 ตัว ตัวผู้จะมีลักษณะสูงใหญ่กว่าตัวเมีย ลำตัวมีความยาวถึง 1.9 เมตร น้ำหนักประมาณ 50 กิโลกรัม ฤดูผสมพันธุ์ที่ดีจะอยู่ในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ตัวเมียจะตั้งท้องนานถึง 10 เดือน และพวกมันมีอายุยืนนานประมาณ 25 ปี

พวกมันมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เทือกเขาแอนดีสที่สูงจรดฟ้า ในทวีปอเมริกาใต้ ชาวพื้นเมืองอเมริกาใต้เผ่าอินคารู้จักเลี้ยงลามะเป็นสัตว์ขนสัมภาระข้ามภูเขามาช้านานเพราะพวกมันอดทนกว่าม้าและเท้าก็สามารถยึดแผ่นดินได้ดีกว่า นอกจากนี้ร่างกายของลามะยังใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วน เนื้อใช้เป็นอาหาร มีน้ำนมให้ดื่ม หนังทำเครื่องใช้ ขนอ่อนสั้นใช้ถักเป็นเครื่องนุ่งห่ม ขนแก่ยาวใช้ฟั่นเป็นเชือก ไขมันใช้ต่างเทียนไข ปฏิกูลใช้เป็นเชื้อเพลิงถ่านเผาให้ความอบอุ่น นับว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีประโยชน์รอบด้านเลยทีเดียว

(21)