บักกิงแฮมเฮาส์ (Buckingham House)

ชื่อเดิมของพระราชวัง คือ บักกิงแฮมเฮาส์ (Buckingham House) อาคารที่ตั้งอยู่ที่ใจกลางของพระราชวังหลังปัจจุบันนั้น ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของทาวน์เฮาส์ที่สร้างเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของดยุกแห่งบักกิงแฮมในปี 1703 บนที่ดินที่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลมาอย่างน้อย 150 ปี ต่อมาที่ดินนี้ถูกถือครองโดยพระเจ้าจอร์จที่ 3 ในปี 1761 ในฐานะที่ประทับส่วนพระองค์ของพระราชินีชาร์ลอทและต่อมาจึงเป็นที่รู้จักในชื่อ The Queen’s House (บ้านของพระราชินี)

ในระหว่างศตวรรษที่ 19 ได้มีการขยายต่อเติมวัง ส่วนใหญ่เป็นผลงานของสถาปนิกจอห์น นาช และ เอ็ดเวิร์ด บลอร์ ผู้สร้างปีกอาคารทั้งสามขึ้นล้อมรอบคอร์ทยาร์ดตรงกลาง พระราชวังบักกิงแฮมได้กลายมาเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์แห่งอังกฤษภายหลังการเสด็จขึ้นครองราชย์ของพระนางเจ้าวิคตอเรียในปี 1837

Buckingham House

การต่อเติมทางสถาปัตยกรรมครั้งสำคัญล่าสุดมีขึ้นในปลายศตวรรษที่ 19 จนถึงต้นศตวรรษที่ 20 อันรวมถึงอีสท์ฟรอนท์ที่ซึ่งมีระเบียงอันมีชื่อเสียงซึ่งพระราชวงศ์อังกฤษเสด็จออกเพื่อพบปะพสกนิกรตามธรรมเนียม การทิ้งระเบิดโดยเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่งผลให้โบสถ์น้อยของพระราชวังถูกทำลายไป ต่อมาจึงมีการสร้างควีนส์แกเลอรีขึ้นแทนที่ตรงตำแหน่งนั้น และในปี 1962 ได้เปิดสู่สาธารณะโดยจัดแสดงงานศิลปะในของสะสมหลวง

 

<------------->

 

ดูสารคดีสำรวจโลก

 

<------------->

 

การตกแต่งภายในดั้งเดิมจากต้นศตวรรษที่ 19 ส่วนใหญ่ยังเหลือรอดมาถึงปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงการประดับประดาด้วยสคาจีวลาสีสันสดใสและลาพิซลาซูลีสีน้ำเงินและชมพูอย่างกว้างขวาง ตามคำแนะนำของเซอร์ชาลส์ เลิง พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ทรงกำกับการตกแต่งใหม่บางส่วนให้เป็นโทนสีแบบ เบลล์เอโปก สีครีมและทอง

Buckingham House

ห้องรับรองขนาดเล็กจำนวนมากนั้นตกแต่งด้วยรูปแบบรีเจนซีแบบจีน เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่นำมาจากรอยอลพาวิลเลียน ที่ไบรทัน และจาก คารล์ทันเฮาส์ในลอนดอน พระราชวังบักกิงแฮมมีห้องรวมทั้งหมด 775 ห้อง และมีสวนซึ่งเป็นสวนส่วนบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในลอนดอน ห้องรัฐการ (state rooms) ซึ่งใช้ในงานบันเทิงของรัฐและพิธีทางการ โดยเปิดให้สาธารณชนเข้าชมในแต่ละปีในช่วงเดือนสิงหาคมและกันยายน

(6)