Everyday is Fun Day เปลี่ยนทุกวัน ให้เป็นวันแสนสุข

ผลสำรวจพบว่าคนจำนวนมากมักไม่มีความสุขกับงานที่ทำ ด้วยเหตุผลทั้งความเครียดจากการทำงาน ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทำให้สุขภาพย่ำแย่ และอีกหลายหลาก เมื่อการไปทำงานคือความทุกข์ ความคิดที่จะลาออกก็แว่บเข้ามาในหัวเป็นระยะ ๆ แต่เชื่อสิว่ามันมีทางออกที่ดีกว่านั้น

ขอบอกเลยว่า 4 ข้อที่จะนำเสนอนี้ จะทำให้คุณมีความสุขกว่าที่เคยเป็น! ไม่เพียงแค่ความสุขในการทำงานเท่านั้น แต่เป็นความสุขในการดำเนินชีวิตในแต่ละวันเลยทีเดียว

สุขได้ไม่ต้องง้อใคร

“จะดีจะร้ายก็ยิ้มไว้” ประโยคสั้น ๆ แต่ความหมายดีและใช้ได้กับทุกสถานการณ์ เป็นคาถาศักดิ์สิทธิ์อันหนึ่งที่ทำให้เรากล้าตัดสินใจต่อสถานการณ์ที่ต้องเผชิญ แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ยอมรับความเป็นไปในทุกเรื่อง แต่หมายถึงให้มีทัศนคติที่ดี เลือกยิ้ม และพร้อมฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอก แต่เราต้องเชื่อว่าจะผ่านพ้นสิ่งที่ทำให้หนักอกหนักใจไปได้ และเมื่อวันนั้นมาถึง ผลลัพธ์ คือ ประสบการณ์ชีวิตดี ๆ ที่เพิ่มเข้ามา อีกทั้งยังนำมาซึ่งความภูมิใจในตัวเอง แน่นอนว่าสิ่งนี้ไม่สามารถทำได้โดยง่ายในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่ต้องอาศัยสติ ความแน่วแน่ และความสม่ำเสมอ และที่สำคัญ ความสุขไม่ได้เกิดขึ้นจากการเป็นผู้รับเท่านั้น แต่อย่าลืมนึกถึงความสุขที่เกิดขึ้นจากการให้ผู้อื่นด้วย

จัดวางตารางความสุข

ทุกวันนี้เรามีทั้งตารางการทำงาน ตารางการประชุม ตารางการพบปะลูกค้า แต่กลับลืมตารางที่สำคัญอีกอันหนึ่งไป นั่นคือ “ตารางความสุขของชีวิต” ทุกวันนี้เรามักติดกับดักของความเร่งรีบ ทุกเช้าต้องเหยียบคันเร่งให้ถึงที่ทำงานทันเวลา หรือเบียดเสียดกันขึ้นรถไฟฟ้า อีกทั้งยังต้องใช้พลังงานไปกับการระดมความคิด ทุ่มเทแรงกายใจกับการทำงาน และสุดท้ายก็โทษว่างานทำให้ไม่มีความสุข ดังนั้น หลักสำคัญ คือ “การมีเวลาให้กับตัวเอง” วางแผนกิจกรรมที่ทำให้เราผ่อนคลาย ไม่ว่าจะดูหนัง ช็อปปิ้ง หรือนัดเพื่อนสาว และไม่ลืมที่จะเริ่มจากสิ่งง่าย ๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเอง เช่น การเตรียมความพร้อมก่อนเข้านอน เริ่มจัดกระเป๋า เตรียมเสื้อผ้าตัวโปรดไว้สำหรับเช้าวันพรุ่งนี้ ลดเวลาบนโซเชียล แล้วนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ตั้งเวลาตื่นก่อนเวลาปกติสัก 15 นาที เพื่อให้มีเวลาสูดอากาศยามเช้า และมีเวลาจิบกาแฟสักแก้ว ไม่ต้องรีบพุ่งตัวออกจากบ้าน
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด พยายามเดินทางไปถึงที่ทำงานก่อนสัก 10 นาที ให้มีเวลานั่งคิด วางแผนสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ ให้คิดเสมอว่าการทำงานทำให้ได้พัฒนาตัวเอง และงานที่เสร็จสมบูรณ์ คือ ความภาคภูมิใจ

--- ---

ชีวิตคิดบวก

หลายคนไม่มีความสุขเพราะมัวแต่มองด้านลบ โทษแต่สิ่งรอบตัว อยากให้ลองทำ 3 สิ่งนี้ แล้วสังเกตผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นในที่ทำงาน

  • ส่งยิ้มและทักทายในเพื่อนร่วมงานในทุก ๆ เช้า
  • สังเกตและใส่ใจการเปลี่ยนแปลงของเพื่อนร่วมงาน เช่น ชื่นชมผมทรงใหม่ หรือเสื้อผ้าตัวใหม่ที่ใส่มาด้วยความจริงใจ
  • จับเข่าคุยกันบ้างหากบังเอิญเจอกันในห้องชงกาแฟ

นอกจากนี้ ในบางสถานการณ์การปฏิเสธเพื่อนร่วมงานอาจเป็นสิ่งที่ยากเพื่อรักษาน้ำใจกัน แต่หากสิ่งนั้นทำให้การทำงานต้องยากลำบากหรือนำมาซึ่งความเดือดร้อน ก็ควรอธิบายให้เพื่อนร่วมงานได้เข้าใจโดย เลือกใช้วาทศิลป์ในการพูด ความกล้าที่จะปฏิเสธ และคุยกันด้วยเหตุผล


ขยับร่างกาย ผ่อนคลายตอนทำงาน

การนั่งทำงานนาน ๆ นอกจากจะทำให้ร่างกายเมื่อยล้าแล้ว ยังทำให้เกิดความเครียดโดยไม่รู้ตัว ดังนั้น ระหว่างการทำงานจึงควรละสายตาจากจอมอนิเตอร์ แล้วขยับร่างกายเพื่อผ่อนคลายด้วยบ้าง โดยเราได้รวบรวม 5 ท่าออกกำลังกายที่โต๊ะทำงานแบบง่าย ๆ มาฝาก

  • ท่าที่ 1 เก้าอี้หรรษา เปลี่ยนเก้าอี้ทำงานมีล้อให้กลายเป็นเครื่องออกกำลังกาย โดยใช้มือทั้ง 2 จับที่ขอบของโต๊ะทำงาน ยกเท้าขึ้นจากพื้นเล็กน้อย จากนั้นผลักตัวเข้าออกโดยเริ่มจากช้า ๆ และเร็วขึ้น
  • ท่าที่ 2 ดินสอในจินตนาการ เป็นท่าบริหารแผ่นหลัง โดยให้จินตนาการว่าปีกหลังทั้ง 2 กำลังหนีบดินสออยู่ (หรือจะใช้ดินสอจริง ๆ ก็ได้) จากนั้นบีบเข้าหากันและค้างไว้ 5 – 10 วินาที ปล่อยคลาย และทำซ้ำอีกประมาณ 12-15 ครั้ง
  • ท่าที่ 3 ยกขาใต้โต๊ะ เป็นการบริหารขาง่าย ๆ โดยยกขาข้างใดข้างหนึ่งไปด้านหน้า และค้างไว้ประมาณ 5 วินาที แล้วยกขาลงโดยที่เท้าไม่แตะพื้น จากนั้น ยกขาอีกข้างไปด้านหน้า ทำแบบเดียวกันทำซ้ำประมาณ 15 ครั้ง อาจเพิ่มน้ำหนักโดยการห้อยกระเป๋าใบเล็ก ๆ ที่ข้อเท้าด้วยก็ได้
  • ท่าที่ 4 ออฟฟิตเวท ในลักษณะเดียวกับเวลายกดัมเบลที่ฟิตเนส แต่เปลี่ยนจากดัมเบลเป็นอุปกรณ์สำนักงาน เช่น ที่เย็บกระดาษอันใหญ่ หรือขวดน้ำดื่ม ถือโดยหันเข้าหาตัว และยกขึ้น-ลง ประมาณ 12 – 15 ครั้ง

ทุกอย่างเริ่มด้วยตัวเราเอง คิดดี ทำดี แล้วทุกวันจะกลายเป็นวันแห่งความสุข ไม่เฉพาะในงานเท่านั้น แต่รวมถึงชีวิตส่วนตัวด้วย

ข้อมูลจาก Ceel หรือไลน์ @ceel

(90)