10 เมืองวิวสวยที่ควรไปสักครั้ง ตอนที่ 1

เมืองวิวสวย

ในช่วงโควิด-19 แบบนี้ หลายคนคงอยากที่จะออกไปเที่ยวกันแล้ว หวังว่าหลังโควิด-19 คลี่คลาย จะออกไปเที่ยวให้หนำใจ วันนี้ เราเลยจะพาทุกคนไปทำความรู้จัก 10 เมืองที่มีวิวสวยเป็นอันดับต้นๆ ของโลกที่ควรไปสักครั้ง เผื่อว่าสถานการณ์ดีขึ้น จะได้มีแผนในการเดินทางไปเห็นสถานที่สวยๆ ด้วยตาของตัวเองสักครั้ง

1. กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน
ยินดีต้อนรับสู่เมืองหลวงของประเทศที่โด่งดังในเรื่องชานม ไทเป ประเทศไต้หวัน

ไทเปตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะไต้หวัน เป็นที่ตั้งของรัฐบาลและแหล่งอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ ถือเป็นศูนย์กลางการค้าและแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ถ้าชื่นชอบวิวที่เต็มไปด้วยแสงสีและตึกสูง ไทเปคือหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะถูกจัดให้เป็นหนึ่งในเมืองที่มีวิวสวยที่สุดในโลกจากหลายสำนัก

ไฮไลท์ของที่นี่คือ อาคาร Taipei 101 ถ้าไม่ได้มาถ่ายรูปกับตึกนี้ หรือขึ้นไปไม่ถึงชั้นบนสุด ถือว่าคุณยังมาไม่ถึง นอกจากวิวเมืองสวยๆ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่วิวสวยไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น
ที่มีกลิ่นอายของเมืองไต้หวันเมื่อ 100 ปีก่อน และถ้าคุณเป็นคนที่ชอบความท้าทาย ตื่นเต้น สะพานลอยฟ้าเสี่ยวอูไหล (Xiao Wulai Skywalk) สะพานกระจกแห่งแรกของไต้หวัน กับความยาวถึง 11 เมตร ที่ยื่นออกไปเหนือน้ำตก จะทำให้คุณรู้สึกฟินได้แน่นอน

อาคาร Taipei 101 ภาพโดย Pexels

2. เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ภาพของตึกสูงเสียดฟ้าเหนือหมู่เมฆ เกิดขึ้นได้ที่เมืองแห่งนี้ ดูไบ มหานครที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
ดูไบมีพื้นที่ประมาณ 4,000 ตารางกิโลเมตร ด้วยเม็ดเงินที่ไหลสะพัด ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยความหรูหรา มั่งคั่ง ร่ำรวย ถือเป็นเมืองท่าที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งบนโลก

ดูไบ เป็นหนึ่งในเมืองที่มีวิวสวยที่สุดของประเทศในแถบตะวันออกกลาง ด้วยสถาปัตยกรรมและการตกแต่งสุดอลังการ ไม่ว่าจะเป็น หมู่เกาะปาล์มที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี เบิร์จ คาลิฟา (Burj Khalifa) ตึกที่สูงที่สุดในโลก มี 163 ชั้น หากนึกไม่ออกว่ามันสูงขนาดไหน มันสูงกว่าหอไอเฟล 3 เท่าเท่านั้นเอง มาพร้อมวิวแบบ 360 องศา ถึงแม้ว่ามันจะ
สูงมากๆ แต่เราก็สามารถขึ้นไปชั้นบนของตึกนี้ เพียงแค่อึดใจเดียว เพราะมีลิฟท์ที่เร็วที่สุดในโลก ลองนึกภาพง่ายๆ ว่า แค่ 1 นาที ก็สามารถขึ้นไปถึงจุดชมวิวที่ชั้น 124 ดูสิ! หรือถ้าเบื่อวิวเมืองแล้วละก็ ภาพของทะเลทรายที่ไกลสุดสายตา ก็ดูเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ชื่นชอบความท้าทายเช่นกัน

ประโยคที่ว่า “ที่สุดแห่งดูไบ” ฟังดูไม่เกินจริงเลยแม้แต่นิด สิ่งก่อสร้างด้วยน้ำมือมนุษย์เหล่านี้ คือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่ามนุษย์สามารถทำได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งการสร้างเมืองที่เจริญในสภาพภูมิประเทศแบบนี้

อาคารเบิร์จ คาลิฟา (Burj Khalifa) ภาพโดย Pixabay

3. เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้

เมืองเคปทาวน์ วิวของเมืองที่ได้ชื่อว่าต้องมาสักครั้งแห่งนี้ เกิดขึ้นจากการผสมผสานกันอย่างลงตัวของ ตึก อาคาร บ้านเรือน ภูเขา และทะเล หากมองไปทางภูเขาก็จะพบกับ ภูเขาโต๊ะ (Table Mountain) ภูเขาที่มียอดเขาราบเรียบ
ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมือง ถ้าขึ้นไปบนภูเขา ก็จะมองเห็นทัศนียภาพตระการตาของเมืองและผืนทะเล เรียกได้ว่าถ้าไม่ได้ขึ้นไปชมวิวจากภูเขาโต๊ะแล้วละก็ ถือว่ายังมาไม่ถึงเมืองนี้อย่างเป็นทางการ หรือถ้าอยากมองวิวทะเล แหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) ซึ่งเป็นจุดที่แบ่งระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกและมหาสมุทรอินเดีย พร้อมที่จะให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวจากท้องฟ้าและทะเลสีคราม

ไฮไลท์ของที่นี่คือ ภูเขาโต๊ะ อยู่ในอุทยานแห่งชาติเทเบิ้ลเมาท์เท่น (Table Mountain National Park) มีความยาวเกือบ 3 กิโลเมตร สูง 1,086 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติของแอฟริกาใต้เมื่อปี 2004 และเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติของโลกยุคใหม่ ในปี 2011

 

<------------->

 

ดูสารคดีสำรวจโลก

 

<------------->

 

ภูเขาโต๊ะ (Table Mountain) ภาพโดย jeanvdmeulen

4. เมืองโทรอนโต ประเทศแคนาดา

เมืองโทรอนโตเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศแคนาดา ตั้งอยู่ทางฝั่งเหนือของทะเลสาบออนทาริโอ ถือว่าเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมขนาดใหญ่ของประเทศ เมืองโทรอนโตเต็มไปด้วยประชากรจากหลายเชื้อชาติ หลากวัฒนธรรม ทำให้ไม่ว่าจะเป็นการค้าขาย อาหารการกิน รวมถึงกิจกรรม แทบจะมีการจัดงานเทศกาลตลอดทั้งปี ความสวยงามของเมืองนี้ อยู่ที่ตึกอาคารซีเอ็นทาวเวอร์ แต่ก่อนเคยเป็นกิจการรถไฟที่เป็นเจ้าของ Canadian National Railway  แต่ในปัจจุบัน ซีเอ็น หมายถึง Canada’s National Tower หรือ หอคอยแห่งชาติแคนาดา ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นที่ใจกลางเมือง ยามกลางคืนจะเกิดเงาสะท้อนของเมืองในน้ำทะเล เป็นวิวเมืองที่สวยงามมากอีกเมืองหนึ่ง

รู้หรือไม่ ออบรีย์ เดรก แกรห์ม (Aubrey Drake Graham) หรือ Drake แร็ปเปอร์ นักร้อง นักแต่งเพลง นักแสดง โปรดิวเซอร์ ชาวแคนาดา ก็เกิดที่เมืองนี้เช่นกัน

อาคาร CN Tower (Canada’s National Tower) ภาพโดย James Wheeler

5. เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศ

เมืองที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ฉากภาพยนตร์ตลอดเวลา ฟลอเรนซ์ (Florence) หรือ ฟีเรนเซ (Firenze) เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของประเทศอิตาลี เมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ศาสนา วัฒนธรรมอุตสาหกรรม เป็นจุดกำเนิดของศิลปะยุคเรเนซองส์ (Italian Renaissance) ในปีค.ศ. 1400 ซึ่งมีอิทธิพลไปทั่วยุโรป

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในเมือง คุณจะพบกับอาคารบ้านเรือนที่ออกเป็นสีเหลืองส้มไปจนถึงน้ำตาลไหม้ ที่แห่งนี้
ณ ใจกลางเมืองเก่าได้รับเลือกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยองค์การยูเนสโก (Unesco) ในปี 1982 ภายในเมืองมีห้องจัดแสดงงานศิลปะพิพิธภัณฑ์มากมาย และยังเป็นแหล่งรวมงานศิลปะ งานสถาปัตยกรรมของศิลปินคลาสสิก เช่น Michaelangelo, Leonardo da Vinci และ Bottocelli สิ่งก่อสร้างที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันก็น่าจะเป็น มหาวิหารแห่งฟลอเรนซ์ (Duomo di Firenze) สะพานข้ามแม่น้ำ Ponte Vecchio และรูปปั้น David

จุดชมเมืองฟลอเรนซ์ที่มักกลายเป็นภาพปกนิตยสาร หรือปรากฎเป็นฉากในภาพยนตร์เก่าหลายเรื่อง มีชื่อว่า Piazzale Michelangelo ตั้งอยู่ในเมืองนี้ นั่นเอง

ภาพถ่าย Cathedral of Florence จากจุดชมวิว Piazza Michelangelo โดย Ali Nuredini

มาถึงครึ่งทางกันแล้ว ถูกใจเมืองไหนเป็นพิเศษกันบ้างไหม? เหลืออีก 5 เมืองที่วิวสวยไม่แพ้กัน จะเป็นประเทศไหนบ้างมารอดูกันนะ

ภาพปกโดย Pexels

(13)