ในอดีตคำว่า “ตึกระฟ้า” หมายถึงหมวกทรงสูงจริงหรือ?

คำว่า “ตึกระฟ้า” หรือ skyscraper ถูกนำมาใช้เพื่ออธิบายถึงอาคารสูงเป็นครั้งแรกในช่วงการที่ก่อสร้างเป็นที่นิยมไปหลายเมืองในอเมริกาในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 แต่อันที่จริงแล้วความคิดที่จะสร้างตึกหรืออาคารหลายๆ ชั้นนั้น ไม่ใช่ความคิดใหม่อะไร เพราะท่ามกลางทะเลทรายในเมือง Shibam ประเทศเยเมนนั้นมีอาคารที่อยู่อาศัยที่สร้างจากโคลน ซึ่งสูงถึงสิบชั้น ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13 และที่เมือง San Gimignano ในแคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลีนั้นมีอาคารมากกว่าเจ็ดสิบแห่งซึ่งมีความสูงสองร้อยฟุตที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ก่อนศตวรรษที่ 15

ก่อนที่ “ตึกระฟ้า” จะกลายเป็นคำที่มีความหมายพ้องกับคำว่าอาคารสูง มันถูกใช้อธิบายหรือเรียกสิ่งที่มีความสูงมากๆ เช่น ม้า ชายร่างสูง ใบเรือด้านบนสุดของเสากระโดง หรือแม้กระทั่งหมวกทรงสูง แต่หลังจากปลายศตวรรษที่ 19 ด้วยความเจริญทางเศรษฐกิจและความก้าวหน้าในเทคโนโลยีการก่อสร้าง ทำให้อาคารต่างๆ เริ่มสูงขึ้น คำว่าตึกระฟ้าจึงถูกนำไปใช้กับสิ่งปลูกสร้างที่มีโครงเหล็กที่มีความสูงมากๆ แทน

 

ภาพอาคาร Home Insurance ถูกสร้างขึ้นในปี 1885 ประเทศชิคาโก เป็นตึกระฟ้าแห่งแรกของโลก

การสร้างตึกระฟ้าแบบสมัยใหม่นั้นเป็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในอเมริกา และคนส่วนใหญ่ก็เข้าใจว่าตึกระฟ้าแห่งแรกนั้นอยู่ที่เมืองแมนฮัตตัน แต่คุณอาจต้องประหลาดใจเพราะตึกระฟ้าแห่งแรกนั้นไม่ได้อยู่ที่นั่น แต่กลับอยู่ในเมืองชิคาโก ซึ่งถูกสร้างขึ้นในปี 1885 โดยใช้โครงเสาและคานเหล็กแทนการก่อผนังอิฐขนาดใหญ่ ซึ่งถูกออกแบบโดยสถาปนิกที่มีชื่อว่า William Le Baron Jenney อาคาร “Home Insurance” นี้ถือว่าเป็นการปรับปรุงทางเทคโนโลยีที่สำคัญซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยของการสร้างตึกระฟ้ามานานหลายทศวรรษ

ก่อนหน้านี้อาคารส่วนใหญ่จะมีผนังที่หนา เพื่อรับน้ำหนักที่มาก แต่การออกแบบของ Jenney นั้น กลับมีผนังที่บางเพราะส่วนใหญ่จะมีโครงสร้างเป็นเหล็ก อาคารนี้จึงกลายเป็นอาคารที่สูงและเบากว่าอาคารก่ออิฐที่มีขนาดและความสูงเท่ากัน โดยมีน้ำหนักเพียง 1 ใน 3 ของอาคารก่ออิฐทั่วไปเท่านั้น เมื่อ Jenney ส่งงานออกแบบของเขาไปที่สภาเมือง คณะกรรมการก็ไม่เชื่อถือในการออกแบบโครงสร้างอาคารของเขา และพวกเขายังสั่งพักการก่อสร้างอาคารชั่วคราวหลังจากได้รับอนุญาต เพื่อตรวจสอบเพิ่มเติมว่าอาคารสามารถตั้งอยู่ได้หรือไม่

--- ---

อาคาร Home Insurance พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไม่เพียงแต่ตั้งอยู่ได้เท่านั้น มันยังก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสถาปัตยกรรมใหม่ทั้งหมดที่เรียกว่า “Chicago School” อีกด้วย อาคารนี้มีสไตล์ที่โดดเด่นด้วยการใช้โครงเหล็กและผนังก่ออิฐ รวมถึงการใช้แผ่นกระจกขนาดใหญ่และการตกแต่งภายนอก ความก้าวหน้าด้านการสร้างตึกระฟ้าเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในเมืองชิคาโก และในปีเวลาไม่ถึง 10 ปี เมืองทั้งเมืองก็มีตึกระฟ้าถึง 12 แห่ง ความสูงประมาณ 16 – 20 ชั้น ที่รวมกลุ่มกันอย่างแน่นหนาในใจกลางย่านเศรษฐกิจ

 

ที่มา amusingplanet

(226)