สถานที่บนโลกที่มีสภาพแวดล้อมเสมือนอยู่บนดาวอังคาร (ตอน 1)

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบเรื่องราวเกี่ยวกับอวกาศ และมีความใฝ่ฝันที่จะเดินทางไปยังดาวอังคาร เพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่รายล้อมด้วยภูมิประเทศอันเวิ้งว้างและเต็มไปด้วยก้อนหินบนพื้นดินสีน้ำตาลอมแดง คุณอาจชื่นชอบสถานที่เหล่านี้

ทะเลทราย Atacama ในประเทศชิลี

ใจกลางทะเลทรายอะตาคามา คือเมืองเหมืองแร่ที่มีชื่อว่า Yungay ทางใต้ของเมือง Antofagasta ประเทศชิลี และได้ชื่อว่ามีความเหมือนกับภูมิประเทศบนดาวอังคารมากที่สุด ที่นี่มีปริมาณฝนตกน้อยมาก เฉลี่ยปีละประมาณ 10 มม.เท่านั้น จึงทำให้ผืนดินที่นี่รกร้างและแห้งแล้งมาก และเต็มไปด้วยฝุ่นและก้อนหินสีแดง โดยจะมีอุณหภูมิต่ำสุดในเวลากลางคืนอยู่ที่ 0°C และมีอุณหภูมิสูงสุดในเวลากลางวันประมาณ 40°C  

Scientists tested an autonomous robot that drilled down beneath the Atacama Desert’s surface © Getty/StockLapse

ทะเลทรายแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงความเหมือนเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์สำหรับนักวิทยาศาสตร์ในการศึกษาเกี่ยวกับดาวอังคารอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น การทดลองอุปกรณ์ลงจอดของยานไวกิง 1 และ 2 รวมถึงฝึกซ้อมการลงจอดของยานฟินิกส์ ก่อนที่จะถูกส่งไปยังดาวอังคาร และเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เอง ทางนาซาและมหาวิทยาลัย Carnegie Mellon ของอเมริกายังนำหุ่นยนต์สำรวจมาขุดตัวอย่างดินจากทะเลทรายเพื่อศึกษาจุลชีพที่อาศัยอยู่ใต้ดิน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่ามีความเป็นไปได้ที่บนดาวอังคารก็อาจจะมีสิ่งมีชีวิตในลักษณะนี้ด้วยเช่นกัน

หุบเขา McMurdo Dry ในแอนตาร์กติกา

แนวหุบเขาที่ปราศจากหิมะแห่งนี้ ถือเป็นภาพแปลกตาไม่น้อยสำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับภาพดินแดนขั้วโลกใต้ที่ปกคลุมด้วยหิมะ หุบเขาแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีป อุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ -15°C ถึง -30°C และไม่เคยได้พบกับสายฝนมาหลายล้านปีแล้ว เนื่องจากน้ำแข็งระเหิดกลายเป็นก๊าซอย่างรวดเร็วจนไม่ทันได้ละลาย ซึ่งคล้ายคลึงกับสภาพที่เกิดขึ้นบนดาวอังคารที่มีอากาศเย็นจัดจนไม่มีของเหลวใดๆ อยู่บนพื้นผิวได้

McMurdo Dry Valleys of East Antarctica can certainly contend with Mars for being inhospitable © Earth Observing System (EOS)/NASA

ในหุบเขาอันแห้งแล้งนี้ต้องเผชิญกับพายุเฮอร์ริเคนที่มีความเร็วลมถึง 320 กม./ชม. ซึ่งมีความรุนแรงมากกว่าความเร็วลมที่มากสุดบนดาวอังคารถึง 3 เท่า และแม้ว่าในฤดูร้อนหุบเขาแห่งนี้จะได้รับรังสี UV จากดวงอาทิตย์ในปริมาณที่สูงมาก แต่ก็ยังมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ สิ่งนั้นก็คือแบคทีเรียสีเขียว พวกมันอาศัยอยู่ใต้ก้อนหินควอตซ์ และสามารถเปลี่ยนแสงอาทิตย์ไปเป็นพลังงานได้ ซึ่งนักชีวดาราศาสตร์เชื่อกันว่าสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคารเองก็คงมีการดำรงชีวิตในรูปแบบที่คล้ายคลึงกัน

--- ---

สำหรับใครที่อยากไปเที่ยว คุณจะต้องเดินทางไปกับเครื่องบินของกองทัพ หรือเรือวิจัยในขั้วโลกเท่านั้น ซึ่งในหุบเขามีแคมป์วิจัยเล็กๆ ของเหล่านักวิทยาศาสตร์ตั้งอยู่ถึง 7 แห่งเลยทีเดียว

Hanksville ในรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา

ลึกเข้าไปในแคนยอนแลนด์ของที่ราบสูงโคโลราโด ที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 4 รัฐทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐอเมริกา คือแหล่งหินโบราณใกล้กับเมือง Hanksville ที่มีอายุย้อนไปถึงปลายยุคจูราสสิก ตะกอนทรายที่ถูกทิ้งไว้โดยบึงโบราณได้ก่อให้เกิดภูมิทัศน์สีแดงส้มในทะเลทรายยูทาห์ จนมีลักษณะคล้ายกับบนดาวอังคาร  เคยถูกใช้เป็นที่ทดสอบกล้องและเครื่องมืออื่นๆ ของ Canadian Space Agency และนักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ที่จะใช้ในโครงการ ESA’s Exomars rover ซึ่งภาพที่ออกมาหากบอกว่าเป็นภาพบนดาวอังคารก็ต้องมีคนเชื่อแน่นอน

This site was used to test cameras and other instruments that could eventually be sent to Mars © Getty/Michael Hubrich

ส่วนการเดินทางก็ถือว่าง่ายกว่าสองที่ด้านบนนิดหน่อย เพราะที่นี่ยังมีสนามบินขนาดเล็กอยู่ในเมือง นอกจากนี้ยังสามารถบินมายังเมืองซอลต์เลกและเดินทางต่อโดยรถยนต์ ซึ่งสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ห่างมาทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองแฮงค์สวิลประมาณ 11 กิโลเมตรเท่านั้น

เกาะ Tenerife ในหมู่เกาะ Canary ของสเปน 
เกาะเตเนริเฟเกิดขึ้นจากการก่อตัวของภูเขาไฟเมื่อประมาณ 3 ล้านปีที่แล้ว และถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอีกแห่งหนึ่งของสเปน แต่นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวแล้วที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่ที่มีความคล้ายคลึงกับบนดาวอังคารด้วย นั่นคือภูเขาไฟ Teide ความสูง 3,718 เมตรที่ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าอยู่กลางเกาะ ซึ่งด้านบนมีปล่องลาวา และถ้ำที่นักชีวดาราศาสตร์เชื่อว่ามีสิ่งมีชีวิตแบบเดียวกับบนดาวอังคารอาศัยอยู่

The caves in Teide national park are an ideal terrestrial analogue of Martian caves © Getty/JUAN DAVID MARTIN RAVELO/500px

การเดินทางเข้าไปยังอุทยานแห่งชาติ El Teide นั้นง่ายกว่าสถานที่อื่นๆ เยอะ เพราะคุณสามารถซื้อทัวร์เพื่อเข้าไปชมปล่องภูเขาไฟได้ และมีเคเบิลคาร์ให้บริการอยู่พร้อมสรรพอยู่ที่เชิงภูเขา

 

ข้อมูลจาก bbcearth

 

(253)