พบกับ 12 สนามที่ใช้ในการแข่งฟุตบอลโลก 2018

มหกรรมฟุตบอลโลกที่มวลมนุษยชาติกำลังรอคอยกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ในปี 2018 นี้ มีประเทศรัสเซียทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศเจ้าภาพฟุตบอลโลก ครั้งนี้จะมีการใช้สนามแข่งขันมากถึง 12 สนาม ใน 11 เมืองด้วยกัน โดยสนามบางแห่งสามารถจุคนได้ถึง 81,000 ที่นั่ง เราจึงได้รวบรวมข้อมูลและภาพสวยๆของสนามแข่งขันมาให้ทุกท่านได้ชมกัน

Luzhniki stadium เมือง Moscow ความจุ 81,000 ที่นั่ง Luzhniki stadium สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เนสนามกีฬาแห่งชาติของรัสเซีย อยู่ในเมืองหลวง มอสโก สนามกีฬานี้เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์โอลิมปิกลุจนีกี สนามแห่งนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน 1980 และปัจจุบันยังเป็นสนามฟุตบอลของสโมสรฟุตบอลชื่อดังในรัสเซีย คือ สโมสรฟุตบอลซีเอสเคเอมอสโก และสโมสรฟุตบอลสปาร์ตัคมอสโก สนามนี้ใช้แข่งขัน 7 นัด เป็นรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัด รอบ 16 ทีม 1 นัด รอบรองชนะเลิศ 1 นัด และถือเป็นสนามที่สำคัญที่สุดเพราะเป็นสนามที่ใช้แข่งขันนัดเปิดทัวร์นาเมนต์ ในวันที่ 14 มิถุนายน และนัดชิงชนะเลิศ วันที่ 15 กรกฎาคม

Saint Petersburg Stadium เมือง Saint Petersburg ความจุ 67,000 ที่นั่งสนามนี้เพิ่งเปิดใช้เมื่อปี 2017 สร้างมารองรับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในครั้งนี้นี่เอง โดยสร้างบนพื้นที่เดิมของ Kirov Stadium สนามเหย้าของสโมสรเซนิต เซนปีเตอร์เบิร์กที่ปิดไปเมื่อปี 2006 สนามกีฬาแห่งนี้มีรูปแบบเหมือนยานอวกาศ เป็นผลงานการออกแบบของ คิโชะ คุโระคะวะ โดยเป็นการนำเอาแบบของโตโยต้าสเตเดียมในเมืองโทะโยะตะ ประเทศญี่ปุ่น มาปรับให้ใหญ่ขึ้น มีค่าก่อสร้างอยู่ที่ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้เป็นหนึ่งในสนามกีฬาที่แพงที่สุดเท่าที่เคยมีการก่อสร้างมา สนามนี้ใช้แข่งขันฟุตบอลโลกด้วยกัน 7 นัด เป็นรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัด รอบ 16 ทีม 1 นัด รอบรองชนะเลิศ 1 นัด และนัดชิงที่ 3

Fisht Stadium เมือง Sochi ความจุ 48,000 ที่นั่งเป็นสนามขนาดกลาง เปิดใช้เมื่อปี 2013 เพื่อเป็นสนามแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวเมื่อปี 2014 สนามกีฬา Fisht ได้รับการตั้งชื่อตามภูเขา Fisht ซึ่งเป็นยอดเขาเทือกเขาคอเคซัส ในภาษาท้องถิ่น Adygeyan “fisht” หมายถึง “หัวขาว” ภาพเงาของเวทีซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษคล้ายกับยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ โดยในฟุตบอลโลกครั้งนี้ จะใช้แข่งขัน 6 นัด เป็นรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัด รอบ 16 ทีม 1 นัด และรอบ 8 ทีม 1 นัด

Ekaterinburg Arena เมือง Ekaterinburg หรือ Yekaterinburg ความจุ 45,000 ทีนั่งสนามกีฬาแห่งนี้ถือเป็นสนามกีฬาที่เก่าแก่เปิดใช้ตั้งแต่ปี 1957 เดิมชื่อ Central Stadium มีการรีโนเวตถึง 2 ครั้ง ในปี 2007 และปี 2015 การออกแบบสนามกีฬาแห่งนี้เรียกได้ว่าแปลกและเป็นที่ฮือฮามาก เพราะสแตนด์ที่นั่งด้านหลังโกลมุมหนึ่ง ถูกก่อสร้างขึ้นไปสูงจนเท่าระดับหลังคาเทียบเท่าตึก 15 ชั้น! ซึ่งสนามแห่งนี้จะใช้แข่งขัน 4 นัด เป็นการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่มทั้ง 4 นัด



Rostov Arenaเมือง Rostov-on-Don ความจุ 45,000 ที่นั่งเป็นอีกหนึ่งสนามใหม่ที่เพิ่งเปิดใช้ในปีนี้ มีการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากเคอร์แกน หรือเนินดินเหนือหลุมศพนักรบยุคโบราณ ซึ่งพบได้ในภูมิภาคนั้น สนามนี้จะใช้แข่ง 5 นัด เป็นเกมในรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัด และรอบ 16 ทีมอีก 1 นัด

--- ---

Samara Arena เมือง Volgograd ความจุ 45,000 ที่นั่ง หนึ่งในสนามใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก แนวคิดการออกแบบของ Samara Arena รูปร่างของสนามจะคล้ายกับโดมกระจก จะถูกใช้เป็นสนามเหย้าแห่งใหม่ของสโมสรโรเตอร์ โวลโกกราด และในฟุตบอลโลกจะใช้แข่งขันด้วยกันในรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัด

Kaliningrad Stadium เมือง Kaliningrad ความจุ 35,212 ที่นั่ง เป็นสนามใหม่ที่เพิ่งเปิดใช้ในปีนี้ ตั้งอยู่บนเกาะ Oktyabrsky เป็นการกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นพัฒนาเกาะจากถิ่นทุรกันดารให้พัฒนายิ่งขึ้น โดยใช้แข่งขัน 4 นัด เป็นเกมในรอบแบ่งกลุ่มทั้ง 4 นัด

Spartak Stadium เมือง Moscow ความจุ 42,000 ที่นั่งเป็นอีกหนึ่งสนามที่ตั้งอยู่ในเมืองหลวง สนามกีฬา Spartak Stadium ออกแบบมาจากความภาคภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ ใช้รูปแบบลูกโซ่ประกอบด้วยเพชรน้อยร้อยชิ้นที่เป็นตัวแทนของโลโก้ Spartak จะใช้แข่งขัน 5 นัด เป็นเกมรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัด และรอบ 16 ทีม 1 นัด

Kazan Arena เมือง Kazan ความจุ 45,000 ที่นั่ง  เปิดใช้เมื่อปี 2013 และถูกใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรรูบิน คาซาน เมื่อปี 2015 สนามกีฬาแห้งนี้เคยเป็นสนามแข่งขันกีฬาทางน้ำชิงแชมป์โลก มีการปรับเปลี่ยนสนามหญ้าเป็นสระว่ายน้ำ สำหรับฟุตบอลโลกครั้งนี้จะใช้แข่งขัน 6 นัด เป็นรอบแบ่งกลุ่ม 4 นัด รอบ 16 ทีม 1 นัด และรอบ 8 ทีม 1 นัด

Nizhny Novgorod Stadium เมือง Nizhzy Novgorod ความจุ 45,000 ที่นั่ง หนึ่งสนามใหม่ที่เพิ่งเปิดใช้ในปีนี้ โดยก่อสร้างแทนที่สนามฟุตบอลเก่าแก่ Lokomotiv Stadium ที่รื้อถอน การออกแบบของ Nizhny Novgorod Stadium ได้แรงบันดาลใจจากลักษณะของธรรมชาติในภูมิภาค Volga โดยสนามนี้จะใช้แข่งขัน 6 นัด รอบแบ่งกลุ่ม 4 นัด รอบ 16 ทีม 1 นัด และรอบ 8 ทีม 1 นัด

Mordovia Arena เมือง Saransk ความจุ 45,000 ที่นั่ง สนามนี้เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 2010 แต่เนื่องจากขาดงบประมาณในการก่อสร้าง จึงเกิดการล่าช้า จึงเพิ่งเปิดใช้ในปีนี้ ได้ออกแบบสนามนี้ขึ้นโดยทิมฮิวเตสถาปนิกชาวเยอรมัน ได้รับการออกแบบโดยใช้ส่วนผสมของสีส้มสีแดงและสีขาวซึ่งเป็นโทนสีที่สะท้อนถึงศิลปะพื้นบ้านดั้งเดิมของชนเผ่า Mordvin พื้นเมือง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ฟุตบอลโลกครั้งนี้จะใช้แข่งขัน 4 นัด เป็นเกมในรอบแบ่งกลุ่มทั้ง 4 นัด

(717)