สถานการณ์วิกฤตไฟป่าออสเตรเลีย

ระยะเวลาการเกิดไฟป่าในประเทศออสเตรเลียตอนนี้ 6 เดือนกว่าที่ยังคงลุกลามไปหลายพื้นที่ไม่หยุด การลุกลามของไฟป่าที่ทำให้เกิดการสูญเสียที่น่าเศร้าสลดนี้ มีผู้เสียชีวิต 24 คน สัตว์ป่าในพื้นที่โดยประมาณ 500 ล้านตัว พื้นที่ที่ถูกไฟลุกไปแล้ว 60,000 ตารางกิโลเมตร หรือ 38 ล้านไร่ นายกรัฐมนตรีได้ออกมาแถลงการณ์ถึงการส่งทหาร 3,000 นาย ระดมกำลังเข้าช่วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและอาสาสมัครที่ช่วยดับไฟป่า

ภาพนี้ถูกถ่ายเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2019 แสดงให้เห็นไฟและควันปกคลุมไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย (Image credit: NASA Earth Observatory)

เรื่องน่ายินดีที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้คือมีฝนตกลงมาในพื้นที่บางส่วน เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครต่างก็มีกำลังใจและพร้อมที่จะปฎิบัติหน้าที่กันอย่างไม่ยอมแพ้ จากรายงานล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ประเมินว่าวิกฤตไฟป่าป่าครั้งอีกนี้อาจต้องใช้เวลาอีกยาวนานจนกว่าไฟจะดับลงทุกพื้นที่ โดยมีเหล่าคนดังและผู้คนจากหลายประเทศทั่วโลกให้ความช่วยเหลือโดยการบริจาคเงิน และส่งข้อความให้กำลังใจผ่านแฮชแท็ก #PrayforAustralia

 

สรุปเหตุการณ์ไฟป่าในออสเตรเลีย 

(Image credit: NASA EOSDIS)

สาเหตุเกิดจากความแห้งแล้งที่ยาวนานและทวีความรุนแรง ฤดูไฟป่าในรัฐควีนส์แลนด์และนิวเซาธ์เวลส์ของออสเตรเลีย เริ่มขึ้นในเดือนกันยายน 2019 ยาวนานจนกระทั่งเข้าสู่ช่วงต้นปี 2020 ไฟป่ากว่า 100 แห่งได้ทำลายชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย และมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 17 คน

12 พฤศจิกายน 2019 มีไฟป่าราว 150 แห่งในนิวเซาธ์เวลส์และควีนส์แลนด์เนื่องจากมีสภาพอากาศร้อนแห้งแล้งและมีลมแรงในประเทศ

รายงานเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2019 ระบุว่ามีที่ดินถูกเผาเกือบ 1.1 ล้านเฮกเตอร์ ตั้งแต่เดือนกันยายน 2019 โดยมีพื้นที่ 69 แห่งในนิวเซาธ์เวลส์และ 70 แห่งในรัฐควีนส์แลนด์ยังคงถูกเผาไหม้ ความแห้งแล้งยาวนานทำให้เกิดสภาพแห้งแล้งในภูมิภาค

ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2019 Copernicus Sentinel-2 ได้รวบรวมภาพควันจากพุ่มไม้บนภูเขา Gospers ที่เกิดเพลิงไหม้ซึ่งควันได้ลอยไปยังซิดนีย์และส่งผลต่อคุณภาพอากาศที่เสื่อมโทรมในเมือง

 

<------------->

<------------->

 
ไฟป่าเห็นได้ชัดในภาพถ่ายดาวเทียมที่ถ่ายโดย Radiometer Suite ของ Visible Infrared Imaging Suite เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2019 ใกล้ชายฝั่งของรัฐนิวเซาท์เวลส์และทางเหนือสู่รัฐควีนส์แลนด์ มากกว่าหนึ่งในสิบของพื้นที่ที่อุทยานแห่งชาติของออสเตรเลียซึ่งตั้งอยู่ใน New South Wale ถูกเผาทำลายโดยเปลวไฟที่ไม่มีวันสิ้นสุด และพื้นที่กว่า20% ของมรดกโลก Blue Mountains เสียหายจากเปลวไฟ (Image credit: NASA Earth Observatory)

วันที่ 16 ธันวาคม 2019 หน่วยดับเพลิงในเขตชนบทของรัฐนิวเซาท์เวลส์รายงานว่ามีเพลิงไหม้ 96 ครั้ง และพื้นที่ที่ถูกเผาจนถึงปัจจุบันมีขนาดถึง 1.5 เท่าของรัฐคอนเนตทิคัต

โดยกลางเดือนธันวาคมพื้นที่ในรัฐนิวเซาธ์เวลส์ประมาณ 27,000 ตารางกิโลเมตรถูกเผาไหม้ บางส่วนของซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลียเผชิญกับระดับคุณภาพอากาศที่เป็นอันตรายมาหลายสัปดาห์และผู้คนอย่างน้อย 50 คนได้รับการรักษาโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากหมอกควัน

 

ทำไมวิกฤตไฟป่าในออสเตรเลียครั้งนี้ถึงรุนแรงมากกว่าครั้งก่อน?

วิกฤติไฟป่าในออสเตรเลียแท้จริงแล้วเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นทุกปี แต่สถานการณ์ที่รุนแรงมากขึ้นในแต่ละปีนี้เป็นเพราะอะไร สาเหตุหลักเป็นเพราะ ‘ภาวะโลกร้อน’ ทำให้อุณหภูมิในประเทศสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีวันลดลง และอีกสาเหตุหนึ่งคือ ภูมิประเทศของประเทศออสเตรเลีย

เนื่องจากจุดที่เกิดไฟป่าอยู่ขณะนี้ รัฐนิวเซาท์เวลส์ และรัฐวิคตอเรีย เป็นพื้นที่ที่อยู่ริมชายฝั่งทะเล น้ำทะเลที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นและกระแสลมพายุจากอีกซีกโลก เมื่อทั้งสองสภาวะมาบรรจบกันจึงทำให้เกิดความแห้งแล้ง และด้วยเพราะสภาพอากาศที่ร้อนจัดและแห้งแล้งอย่างยาวนานในประเทศออสเตรเลียจึงทำให้ทั้งสองรัฐเกิดไฟป่าลุกโชนขึ้นและอาจจะทำให้อัตราการลุกลามของไฟเพิ่มขึ้นไปยังพื้นที่อื่นอีกด้วย

ที่มา space.com

ปก ภาพควันจากไฟป่าที่ถ่ายไว้ได้ในช่วงปลายปี 2019 – ต้นปี 2020 (Image: © NASA EOSDIS)

(1263)